| ศิลาก่อกำเนิดจากความต้องการ ที่จะเห็นเมืองไทยของเราเป็นอิสระทางเทคโนโลยี |
| สามารถพัฒนาเครื่องมือและสินค้าทางด้านอีเล็กทรอนิกส์ได้โดยอาศัยพื้นฐานของตัวเอง |
| ซึ่งจะทำให้ลดภาวะการพึ่งพาจากต่างประเทศ และลดการนำเข้าได้อย่างมากมาย |
| แน่นอน ... บนหลักการนี้ เราต้องต่อสู้และทุ่มเทเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องทาง |
| วิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายในเชิงธุรกิจ ที่เราต้องพยายามฝ่าฟัน |
| และชนะอุปสรรคเหล่านั้นให้ได้ บนหลักการอันนี้ ... นักลงทุนหลายคนอาจมองด้วย |
| ความงุนงงและถามว่า "ทำไปเพื่ออะไร" ในขณะที่มีหนทางอื่นอีกมากที่ทำกำไรเชิง |
| ธุรกิจได้ "ง่าย" กว่านี้ ไม่ว่าจะอย่างไร สำหรับเราแล้ว เราเลือกทางที่ว่า "ยาก" นี้ |
| ซึ่งเชื่อว่าจะก้าวไปได้อย่างหนักแน่น และมั่นคง โดยจะส่งผลดีต่อตัวเราเอง และเมืองไทย |
| ของเราในระยะยาว |
| ใช่เลย ... เราเป็นธุรกิจที่มุ่งหวังผลกำไร เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถเดินไปได้อย่าง |
| ต่อเนื่อง แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เราหลงทาง หรือไขว้เขวไปจากจุดยืนบนหลักการนี้ เราตระหนัก |
| ดีว่า เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น การจะเป็นอิสระทางเทคโนโลยีนั้น ต้องเกิดจากแนวร่วม |
| อีกมากมาย จึงจะไปสู่เป้าหมายได้ และเราได้พบว่า เส้นทางนี้ยังมีเพื่อนร่วมแนวทาง |
| อีกมากมายจริง ๆ จากปี 2532 จนถึงปัจจุบัน เราพบว่าเราได้ก้าวมาไกลพอสมควร |
| แต่ขณะเดียวกัน หนทางที่ต้องเดินก็ยังมีอีกยาวไกลด้วย สินค้าจำนวนมากมายที่ถูกสร้างสรรค์ |
| และกระจายออกไปตามส่วนต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ยืนยันความตั้งใจจริงของเรา ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ |
| ที่มีประสิทธิภาพ ระบบการบริหารงานที่ดี รวมไปถึงสิ่งที่เราภูมิใจยิ่ง ก็คือทีมงานมืออาชีพ |
| ที่เดินไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท จึงทำให้ผลงานเหล่านี้ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง |
| การก้าวไปทางด้านเทคโนโลยีนั้น จะต้องประกอบด้วยทีมงานหลากหลายความสามารถ |
| จำนวนเป็นพันเป็นหมื่นทีม และจะต้องมีการจัดการและประสานงานกันได้อย่างเหมาะสม |
| จึงจะทำให้คลื่นของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ลื่นไหลไปได้อย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ |
| ความรู้ของโลกทวีมากขึ้น และไม่มีใครที่จะสามารถรู้และเชี่ยวชาญไปได้ทั้งหมด เมื่อสิบปี |
| ที่แล้ว สมมุติว่าเรามีความรู้เท่ากับ 1 และครอบคลุมเนื้อหาประมาณ 40% ของวงการนี้ |
| ผ่านมาสิบปี ... เชื่อหรือไม่ครับ ความรู้ของเรามากขึ้น อาจจะเป็นระดับ 3-4 เท่าจากเดิม |
| แต่กลับครอบคลุมเนื้อหาประมาณ 10% ของวงการเท่านั้น ... ด้วยลักษณะเช่นนี้ แนวความ |
| คิดแบบ "ทำเองทุกอย่าง" จึงมักจะพบกับทางตัน เพราะน้อยคนนักที่จะมีความรู้มากพอที่จะ |
| ทำได้เองทุกอย่าง |
| เพราะฉะนั้น คำว่า "ต่อยอดและประยุกต์" จึงเป็นทางออกที่เหมาะสม คือแต่ละทีมจะต้องค้นหา |
| จุดเชี่ยวชาญของตัวเอง และช่วยกันทำให้เกิดการ "ต่อยอด" ของความรู้ต่าง ๆ ให้เกิดพัฒนา |
| เทคโนโลยีจนสามารถประยุกต์ออกมาเป็นสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ได้อีกมากมาย ... แนวคิด |
| แบบนี้ก็เป็นที่รับทราบกันอยู่ทั่วไป แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ก็มักจะมีอุปสรรคต่าง ๆ อยู่ไม่น้อย |
| ที่ทำให้ไม่เกิดการ "ต่อยอด" อย่างที่ควร ... ไม่ว่าจะเป็นความไม่กล้าพอที่จะเปิดเผยข้อมูล |
| เพราะกลัวเสียเปรียบทางการค้า หรือความกังวลเรื่องลิขสิทธิ์,สิทธิบัตรแบบเกินพอดี ทำให้ |
| เกิดอาการหวาดระแวงมากไป หรือแม้กระทั้งการแข่งขันทางการค้าที่โอเวอร์สุดสุด จนเกือบ |
| จะกลายเป็นการแข่งขันทางการฆ่าไปแล้ว ทำให้ไม่มีบรรยากาศของความร่วมไม่ร่วมมือ |
| หรือการพัฒนาต่อยอดกันและกันเอาเลย ... |
| ข่าวดีก็คือ ... อุปสรรคเหล่านี้ไม่ใช่แนวคิดของคนส่วนใหญ่ เราพบว่าความพยายามในการพัฒนา |
| แบบร่วมไม้ร่วมมือ ยังเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป ซึ่งเป็นพลังแห่งการพัฒนาที่บริสุทธิ์ มีความสมดุลย์ |
| อย่างเหมาะสมของการดำเนินธุรกิจ (ที่ต้องอยู่รอด) กับการเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการพัฒนา |
| เทคโนโลยีของชาติ อะไรที่ต้องแข่งขันก็แข่งกันไป อะไรที่ร่วมมือได้ก็ร่วมมือไป ... การต่อยอด |
| กันทางความรู้นั้น ยังต้องอาศัยความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากด้วย เพราะแต่ละยอดของเส้นทางนี้ต่าง |
| ก็กำลังพัฒนาอยู่ และต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร กว่าที่เส้นทางนี้จะไหลลื่นไปได้อย่างต่อเนื่อง ... |
| การเปิดโอกาสและแบ่งปันข้อมูลกัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเส้นทางของการพัฒนานี้ และเชื่อ |
| เถอะครับ ด้วยพลังของการพัฒนาแบบต่อยอด เส้นทางเทคโนโลยีของไทยก็จะดำเนินไปได้ |
| อย่างรุ่งโรจน์โชติช่วง แน่นอน ... |